# 翻译课考试复习 · เอกสารทบทวนสอบวิชาการแปล

> 核心文献：จรัสศรี จิรภาส, "กระบวนแปล 3 ป. ภายใต้ 3 สภาวะของผู้แปล" (2562)

---

## 一、从这堂课上学到了什么

### 核心感悟：不要小看任何一个译者

> แก่นความคิด: อย่าดูถูกผู้แปล

这堂课教给我的东西很多，但如果只抽一条最核心的，那就是——别小看任何一个译者。

> วิชานี้สอนหลายสิ่ง แต่หากกลั่นเหลือเพียงแก่นเดียว คือ — อย่าดูถูกผู้แปลคนใด

以前读译作，我习惯用"好"或"不好"一言蔽之。现在回头看，那种评判傲慢又狭隘。

> เมื่อก่อนอ่านงานแปล มักตัดสินด้วยคำว่า "ดี" หรือ "ไม่ดี" มองย้อนกลับไป นั่นคือการประเมินที่อวดดีและคับแคบ

---

### 1. 寓言翻译

> การแปลนิทานชาดก

寓言是我摔得最狠的地方。人称用不对——开口就是现代口语，全然不知道什么时候该用 ข้า/เจ้า，什么时候该用 ท่าน/พระองค์。词汇储备也捉襟见肘，想表达的出不来，出来的不对味。字典能告诉你词义，但给不了语感和质地。

> นิทานคือที่ที่ข้าพเจ้าล้มแรงที่สุด ใช้สรรพนามไม่ถูก — ปากพูดแต่ภาษาปัจจุบัน ไม่รู้ว่าเมื่อใดควรใช้ ข้า/เจ้า เมื่อใดควรใช้ ท่าน/พระองค์ คลังศัพท์ก็ร่อยหรอ อยากพูดอะไรก็พูดไม่ออก พูดออกมาก็ไม่ใช่ พจนานุกรมบอกความหมายได้ แต่ให้สำนึกทางภาษาและเนื้อสัมผัสของคำไม่ได้

---

### 2. 词典翻译

> การแปลพจนานุกรม

词典翻译把我的底给掀了。读到了研究生，中文和泰语仍是一知半解。不是词典太难，是我太薄。很多本该在本科阶段就扎扎实实掌握的东西，拖到了读研还在还债。

> การแปลพจนานุกรมเผยให้เห็นจุดอ่อนของข้าพเจ้าอย่างไม่มีที่ปิดบัง เรียนถึงปริญญาโทแล้ว แต่ความรู้จีน-ไทยก็ยังก้ำกึ่ง ไม่ใช่พจนานุกรมยากเกินไป แต่เป็นตัวเราเองที่พื้นฐานบาง หลายสิ่งที่ควรแม่นตั้งแต่ปริญญาตรี กลับต้องมาไล่ตามเก็บเอาตอนนี้

---

### 3. 专名翻译

> การแปลคำเฉพาะ

专名翻译给了我方法上的收获。音译加注释——异化；归化——把外来的专名融进读者的文化土壤；以及参照权威的音译规范。这些东西具体、可操作、能落地。

> การแปลคำเฉพาะทำให้ได้เรียนรู้วิธีที่เป็นรูปธรรม การถอดเสียงบวกอรรถาธิบาย — แนวทางอี้ฮว่า การปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมผู้อ่าน — แนวทางกุยฮว่า และการอ้างอิงหลักเกณฑ์การถอดเสียงที่มีมาตรฐาน ล้วนเป็นสิ่งที่จับต้องได้ นำไปใช้ได้จริง

---

### 4. 诗歌翻译

> การแปลกวีนิพนธ์

诗歌让我心虚。那些文学化的、诗意的表达，光是读就让人屏息，更别说翻了。我硬着头皮做了，学了大量 คำไวพจน์，了解了多种泰国诗体，但越学越觉得自己渺小。

> กวีนิพนธ์ทำให้ข้าพเจ้าหวั่นใจ สำนวนวรรณศิลป์และภาพพจน์เชิงกวี แค่อ่านก็แทบกลั้นหายใจ ยิ่งต้องแปลยิ่งหนัก จับมือทำไปทั้งที่ไม่มั่นใจ ได้เรียนรู้คำไวพจน์มากมาย ได้รู้จักฉันทลักษณ์ไทยหลายรูปแบบ แต่ยิ่งเรียนก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเล็กนิดเดียว

---

### 5. 小说翻译

> การแปลนวนิยาย

小说翻译的难度在于它什么都要——文学性和口语感要兼得，译文还得流畅到底。老师给的刑侦小说尤其吃力，但也因此攒了不少刑侦词汇。痛，但有用。

> ความยากของการแปลนวนิยายอยู่ที่มันเรียกร้องทุกอย่าง — ต้องได้ทั้งวรรณศิลป์และสำนวนพูด แถมบทแปลยังต้องลื่นไหลตลอดรอดฝั่ง นวนิยายสืบสวนที่อาจารย์ให้แปลนั้นหนักหน่วงเป็นพิเศษ แต่ก็ทำให้ได้สะสมศัพท์สืบสวนจำนวนมาก เจ็บแต่คุ้ม

---

### 小结：为什么"不要小看译者"

> สรุป: ทำไมจึง "อย่าดูถูกผู้แปล"

回过头看这五个领域——寓言、词典、专名、诗歌、小说——每一块都让我尝到了力不从心的滋味。也正是这些时刻，让我对译者这个角色有了真正的敬畏。

> เมื่อมองย้อนกลับไปทั้งห้าด่าน — นิทาน พจนานุกรม คำเฉพาะ กวี และนวนิยาย — ทุกด่านล้วนทำให้ข้าพเจ้าได้ลิ้มรสของความ "แรงไม่ถึง" และเป็นช่วงเวลาเหล่านั้นเองที่ทำให้เกิดความเคารพอย่างแท้จริงต่อผู้แปล

一部译作的背后，是一个人对两种语言的掌握、对作者意图的洞察、对读者需求的判断、对文本情感的感知，以及一个庞大到你自己都不知道什么时候会用上的知识储备。译者不是语言的搬运工，是文化的摆渡人。

> เบื้องหลังงานแปลหนึ่งชิ้น คือคนคนหนึ่งที่ต้องรู้สองภาษาอย่างลึกซึ้ง ต้องหยั่งรู้เจตนาของผู้เขียน ต้องประเมินความต้องการของผู้อ่าน ต้องรับรู้ความรู้สึกของตัวบท และต้องมีคลังความรู้อันมหาศาลที่คุณเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะได้ใช้เมื่อไหร่ ผู้แปลไม่ใช่คนขนภาษา แต่คือคนพายเรือข้ามวัฒนธรรม

---

## 二、评价这篇文章的观点

### 赞同之处

#### 1. "กระบวนการแปล 3 ป." 是实用的操作框架

> "กระบวนการแปล 3 ป." เป็นกรอบปฏิบัติที่ใช้ได้จริง

แปล-แปร-ปรับ 不是空泛理论，是作者多年教学和审校中提炼出来的。把译者切成三个角色——读者、译者、审校——抓住了翻译工作的真实肌理。

> แนวคิด แปล-แปร-ปรับ ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ หากกลั่นจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนทั้งการสอนและการตรวจทานงานแปลให้สำนักพิมพ์ การแบ่งผู้แปลเป็นสามภาค — นักอ่าน นักแปล นักตรวจทาน — จับเนื้อแท้ของงานแปลได้ตรง

---

#### 2. 批判学生对理论的盲从

> การวิพากษ์ "การยึดติดทฤษฎี" ของนักศึกษา

很多学生把异化/归化当作翻译前先勾选的选项，但现实中没人先选理论再动手。译者靠的是语言学、词源学、文化背景和判断力，逐句决定。先定理论后翻译，是本末倒置。

> นักศึกษาจำนวนมากปฏิบัติต่ออี้ฮว่า/กุยฮว่าเสมือนตัวเลือกที่ต้องติ๊กก่อนเริ่มแปล แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครเลือกทฤษฎีก่อนแล้วค่อยลงมือ นักแปลใช้ความรู้ทางภาษา นิรุกติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิจารณญาณตัดสินใจทีละประโยค การตั้งทฤษฎีก่อนแปลคือการกลับหัวกลับทาง

---

#### 3. 《三国》与《西游记》的对比有说服力

> ตัวอย่าง "สามก๊ก" กับ "ไซอิ๋ว" ทรงพลัง

《三国》昭披耶帕康版用归化，流行两百年；《西游记》丁版用异化，反响平平。同一个源头，不同策略，截然不同的命运——翻译策略的效果，一目了然。

> "สามก๊ก" ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ใช้กุยฮว่า อยู่มาได้สองศตวรรษ "ไซอิ๋ว" ฉบับนายติ่นใช้อี้ฮว่า เงียบเหงากว่า แหล่งเดียวกัน คนละกลวิธี ผลลัพธ์คนละเรื่อง — เห็นชัดว่ากลวิธีการแปลมีผลจริง

---

#### 4. 强调审校的价值

> เน้นย้ำความสำคัญของการตรวจทาน

审校占翻译总时间的 1/5 到 1/4，新手最容易忽略。作者说译者必须是自己的第一个审校——这句话我收下了。

> การตรวจทานกินเวลา 1/5 ถึง 1/4 ของงานแปลทั้งหมด คือสิ่งที่ผู้แปลมือใหม่มองข้ามง่ายที่สุด ผู้เขียนบอกว่าผู้แปลต้องเป็นผู้ตรวจทานคนแรกของตนเอง — ประโยคนี้ข้าพเจ้าจำไว้

---

### 可商榷之处

#### 1. 对维特根斯坦比喻的否定或许过强

> การปฏิเสธอุปมาของวิกเก็นสไตล์อาจแรงเกินไป

维特根斯坦说翻译像"没有系统解法的数学题"，作者不同意。但维氏真正想说的可能是——翻译没有唯一正确解，答案取决于语境。这恰恰跟作者赞同的艾柯"翻译即协商"异曲同工，没必要对立起来。

> วิกเก็นสไตล์กล่าวว่าการแปลเป็นเสมือนปัญหาคณิตศาสตร์ที่ไม่มีระเบียบวิธีแก้อย่างเป็นระบบ ผู้เขียนไม่เห็นด้วย แต่วิกเก็นสไตล์อาจเพียงต้องการบอกว่า การแปลไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว — คำตอบขึ้นอยู่กับบริบท ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด "การแปลคือการต่อรอง" ของเอโก้ที่ผู้เขียนเห็นด้วย จึงไม่จำเป็นต้องตั้งให้เป็นขั้วตรงข้าม

---

#### 2. 缺少对技术角色的讨论

> ขาดการกล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยี

在机器翻译和 AI 崛起的时代，人机协作已成现实。กระบวนการ 3 ป. 如何适配译后编辑的场景，是一个值得补上的维度。

> ในยุคที่ Machine Translation และ AI เติบโต การทำงานร่วมระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรเป็นจริงแล้ว กระบวนการ 3 ป. จะปรับใช้ในบริบท Post-editing อย่างไร — เป็นมิติที่น่าต่อยอด

---

## 三、举例说明：กระบวนการแปล 3 ป. 的应用

### 例一：专有名词"孙悟空"的翻译

> ตัวอย่างที่ 1: การแปล "孙悟空"

**ขั้น 1 — แปล（译者作为读者）：**
- 读原文：孙悟空是《西游记》主角
- 分析："孙"是姓氏，"悟"= 觉悟，"空"= 空（佛教概念）——名字有佛教含义
- 解读：泰国普通读者不熟悉中国名字，翻译要兼顾读音和含义

> **ขั้น 1 — แปล (ผู้แปลในฐานะผู้อ่าน):**
> - อ่านตัวบท: "孙悟空" เป็นตัวเอกใน "ไซอิ๋ว"
> - วิเคราะห์: "孙" เป็นแซ่ "悟" = รู้แจ้ง "空" = สุญญตา — ชื่อมีนัยทางพุทธศาสนา
> - ตีความ: คนไทยทั่วไปไม่คุ้นชื่อจีน ต้องหาวิธีที่รักษาทั้งเสียงและความหมาย

**ขั้น 2 — แปร/แปลง（译者作为译者）：**
- 方案一：纯音译 "ซุนหงอคง" — 保留读音，丢失佛教含义
- 方案二：音译 + 注释 "ซุนหงอคง (ผู้รู้แจ้งในความว่าง)" — 兼顾读音和含义
- 方案三：纯意译 "ผู้ตื่นรู้สู่สุญญตา" — 丢失读音，佛教色彩浓
- 决策：面向普通读者→方案一或二；宗教学术→考虑方案三

> **ขั้น 2 — แปร/แปลง (ผู้แปลในฐานะผู้แปล):**
> - ทางเลือก 1: ถอดเสียง "ซุนหงอคง" — รักษาเสียง แต่สูญเสียนัยพุทธ
> - ทางเลือก 2: ถอดเสียง+อธิบาย "ซุนหงอคง (ผู้รู้แจ้งในความว่าง)" — ได้ทั้งเสียงและความหมาย
> - ทางเลือก 3: แปลความ "ผู้ตื่นรู้สู่สุญญตา" — สูญเสียเสียง แต่น้ำหนักศาสนาชัด
> - ตัดสินใจ: ผู้อ่านทั่วไป→ 1 หรือ 2 / วิชาการศาสนา→ พิจารณา 3

**ขั้น 3 — ปรับ（译者作为审校）：**
- 检查整本书是否统一使用同一格式
- 检查拼写是否符合中泰音译规范
- 朗读："ซุนหงอคง" 泰国人读起来顺不顺？
- 检查一致性：每次出现这个名字，格式一样吗？

> **ขั้น 3 — ปรับ (ผู้แปลในฐานะผู้ตรวจทาน):**
> - ตรวจสอบความสอดคล้อง: ทั้งเล่มใช้รูปแบบเดียวกันหรือไม่
> - ตรวจตัวสะกดตามหลักเกณฑ์การถอดเสียงจีน-ไทย
> - อ่านออกเสียง: "ซุนหงอคง" คนไทยออกเสียงสะดวกหรือไม่
> - ทบทวนความสม่ำเสมอ: ทุกครั้งที่ชื่อนี้ปรากฏ ใช้รูปแบบเดียวกันหรือไม่

---

### 例二：诗句"举头望明月，低头思故乡"的翻译

> ตัวอย่างที่ 2: การแปล "举头望明月，低头思故乡"

**ขั้น 1 — แปล（读）：** 诗人抬头看明月，低头想家乡——表达孤独和思乡之情。

> **ขั้น 1 — แปล:** กวีเงยหน้ามองจันทร์สว่าง ก้มหน้าคิดถึงบ้านเกิด — สื่อถึงความเหงาและการโหยหาบ้าน

**ขั้น 2 — แปร/แปลง（译）：**
- 直译："เงยหน้ามองจันทร์กระจ่าง ก้มหน้าคิดถึงบ้านเกิด"（保留意思，丢失诗味）
- 译为泰诗："แหงนมองจันทร์แจ่มฟ้า…ก้มหน้าคิดถึงเรือน"（保留诗感，需选诗体）
- 决策取决于目的：想让泰国读者"感受"到诗→必须转化为泰语诗体

> **ขั้น 2 — แปร/แปลง:**
> - แปลตรง: "เงยหน้ามองจันทร์กระจ่าง ก้มหน้าคิดถึงบ้านเกิด" (รักษาความหมาย สูญเสียความเป็นกวี)
> - แปลเป็นกลอนไทย: "แหงนมองจันทร์แจ่มฟ้า…ก้มหน้าคิดถึงเรือน" (รักษาความเป็นกวี แต่ต้องเลือกฉันทลักษณ์)
> - ตัดสินใจ: หากต้องการให้คนไทย "รู้สึก" ถึงความเป็นกวี → ต้องใช้ฉันทลักษณ์ไทย

**ขั้น 3 — ปรับ（校）：**
- 朗读：听起来是诗还是散文？
- 检查 คำไวพจน์："月亮"有更美的替换词吗？（แข、เดือน、ศศิ、รัชนี）
- 检查押韵：用的是泰语诗体的话，押韵对吗？
- 放1-2天，再回来读

> **ขั้น 3 — ปรับ:**
> - อ่านออกเสียง: ฟังแล้วเป็นกวีหรือร้อยแก้ว
> - ตรวจคำไวพจน์: "จันทร์" มีคำแทนที่ไพเราะกว่าหรือไม่ (แข, เดือน, ศศิ, รัชนี)
> - ตรวจสัมผัส: หากใช้ฉันทลักษณ์ไทย สัมผัสถูกต้องหรือไม่
> - ทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วกลับมาอ่านใหม่

---

## 四、翻译理论与翻译策略

### 什么是翻译理论

> ทฤษฎีการแปลคืออะไร

翻译理论是被验证过的假设，是概念体系，用以系统解释翻译现象。正如本文作者所说："理论是被检证过的假设，是概念，用来系统描述一种现象的特征。"

> ทฤษฎีการแปลคือสมมุติฐานที่ได้รับการตรวจสอบ เป็นความคิดรวบยอด เป็นสิ่งที่ใช้อธิบายลักษณะของปรากฏการณ์การแปลอย่างเป็นระบบ ดังที่ จรัสศรี (2562) กล่าวว่า "ทฤษฎีเป็นสมมุติฐานที่ได้รับการตรวจสอบ เป็นความคิดรวบยอด"

**六大翻译理论：**

| 理论 | 提出者 | 核心 |
|------|--------|------|
| 异化 (Foreignization) / "อี้ฮว่า" | John Dryden (ไดเดน) | 把读者拉向作者——保留源语文化的陌生感，哪怕读者感到别扭 |
| 归化 (Domestication) / "กุยฮว่า" | Schleiermacher (ชไลเออร์มาเคอร์) | 把作者拉向读者——让译文顺滑融入目标文化 |
| 创造性叛逆 (Creative Treason) | Robert Escarpit | 翻译是对原作的"背叛"，但是一种创造性背叛，让译文在新语言中获得生命 |
| 阐释学 (Hermeneutics) / อรรถปริวรรตศาสตร์ | — | 强调对文本的解读，译者的"主体性"体现在译文中 |
| 互文性 (Intertextuality) / สหสัมพันธ์บท | Umberto Eco (เอโก้) | "翻译即协商"——译者与文本逐句逐词地协商 |
| 符号学翻译理论 (Semiotics) / สัญญวิทยา | — | 翻译是符号系统的转换，不仅是语言，更是文化符号 |

> **注意 / ข้อพึงระวัง:** 没有哪个理论可以通用于一整部译作。实践中译者靠语言学、文化和判断力逐案决定——不是先选理论再翻译。 / ไม่มีทฤษฎีใดใช้ได้กับงานแปลทั้งชิ้น ในภาคปฏิบัติ ผู้แปลใช้ความรู้ทางภาษา วัฒนธรรม และวิจารณญาณตัดสินใจเป็นกรณีไป — ไม่ใช่เลือกทฤษฎีก่อนแล้วค่อยแปล

---

### 什么是翻译策略

> กลวิธีการแปลคืออะไร

翻译策略是译者在实践中采用的"方法"，有别于"理论"这个宏观概念。策略是微观层面的——逐词逐句的决策。

> กลวิธีการแปลคือ "วิธีการ" ที่ผู้แปลเลือกใช้ในทางปฏิบัติ แตกต่างจาก "ทฤษฎี" ที่เป็นกรอบคิดระดับมหภาค กลวิธีเป็นเรื่องระดับจุลภาค — การตัดสินใจทีละคำ ทีละประโยค

| 策略 / กลวิธี | 泰语 | 说明 / คำอธิบาย |
|-------------|------|----------------|
| 直译 | การแปลตรงตัว | 按原结构和字面意思翻译，保留原文形式 |
| 意译 | การแปลเอาความ | 按意思翻译，不拘泥于原句型 |
| 音译 | การถอดเสียง | 把一种语言的声音转写成另一种语言 |
| 音译+注释 | การถอดเสียง+อธิบาย | 音译并附加解释，如"ซุนหงอคง (ผู้รู้แจ้งในความว่าง)" |
| 增译 | การแปลแบบเพิ่มความ | 补充必要信息以帮助读者理解 |
| 减译 | การแปลแบบตัดทอน | 删除无法传达或不必要的内容 |

---

### 理论、策略、技巧三者的关系

> ความสัมพันธ์ระหว่างทฤษฎี กลวิธี และเทคนิค

- **理论 (ทฤษฎี):** 哲学层面——"要把读者拉向作者，还是把作者拉向读者？"——决定方向
- **策略 (กลวิธี):** 方法层面——"直译还是意译？音译还是音译加注？"——选择工具
- **技巧 (เทคนิค):** 操作层面——"怎么拼写这个音？用哪个 คำไวพจน์？"——动手执行

> - **ทฤษฎี:** ระดับปรัชญา — "จะดึงใครไปหาใคร" — กำหนดทิศทาง
> - **กลวิธี:** ระดับวิธีการ — "จะแปลตรงตัวหรือเอาความ จะถอดเสียงหรือเพิ่มอรรถาธิบาย" — เลือกเครื่องมือ
> - **เทคนิค:** ระดับปฏิบัติ — "จะสะกดอย่างไร จะเลือกคำไวพจน์คำไหน" — ลงมือทำ

三者不是割裂的。好译者不会死守一种，而是根据每个句子、每项翻译条件、每组读者的需求，灵活调配所有工具。

> ทั้งสามระดับไม่ได้แยกขาดจากกัน ผู้แปลที่ดีไม่ได้ยึดติดกับอย่างใดอย่างหนึ่งตายตัว แต่ปรับใช้ทุกเครื่องมือตามความเหมาะสมของแต่ละประโยค เงื่อนไขของงานแปล และความต้องการของกลุ่มผู้อ่าน

---

> 📝 复习笔记 · 宁宁 · 28 มิ.ย. 2026
